ผู้เขียน หัวข้อ: อาหารผู้สูงอายุ ที่ควรทานสารอาหารครบถ้วน เคี้ยวง่าย สบายท้อง ช่วยบำรุงร่างกายให้  (อ่าน 8 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1552
  • ผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรม โพสฟรี
    • ดูรายละเอียด
อาหารผู้สูงอายุ ที่ควรทานสารอาหารครบถ้วน เคี้ยวง่าย สบายท้อง ช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรง!

บ้านไหนที่มีคุณตาคุณยาย หรือคุณพ่อคุณแม่ที่เริ่มก้าวเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ น่าจะเคยเจอปัญหากุมขมับตอนเข้าครัวเหมือนกันใช่ไหมคะ? คือพออายุมากขึ้น สภาพร่างกายของพวกท่านก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด ทั้งต่อมรับรสที่ทำงานลดลงทำให้เริ่มเบื่ออาหาร กำลังในการบดเคี้ยวลดลงเพราะมีปัญหาเรื่องฟัน แถมระบบการย่อยอาหารและลำไส้ก็ทำงานช้าลง ทำให้ท้องอืด ท้องผูก หรือแน่นท้องได้ง่ายมากๆ เลยค่ะ

คนหลังครัวอย่างเราจึงต้องปรับเปลี่ยนเมนูอาหารให้พิถีพิถันขึ้น โจทย์สำคัญคือ "ต้องเป็นอาหารที่เคี้ยวง่าย กลืนง่าย ย่อยสบาย แต่สารอาหารและพลังงานต้องเข้มข้นครบ 5 หมู่" วันนี้เลยขอมาสรุป "5 กลุ่มอาหารและวัตถุดิบที่ผู้สูงอายุควรทาน" มาฝากกันค่ะ


📝 5 กลุ่มอาหารที่ "ผู้สูงอายุควรรับประทาน"

เพื่อให้มื้ออาหารในแต่ละวันเปี่ยมไปด้วยคุณค่าโภชนาการที่ร่างกายนำไปใช้ได้ดีที่สุด คุณแม่แนะนำให้เลือกวัตถุดิบเหล่านี้มาปรุงอาหารค่ะ:

1. โปรตีนสะอาดเนื้อนุ่ม ย่อยง่าย (ช่วยคงสภาพกล้ามเนื้อ)
ผู้สูงอายุมักเผชิญกับภาวะกล้ามเนื้อลีบและการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อตามวัย การได้รับโปรตีนที่เพียงพอจึงสำคัญมากค่ะ แต่ต้องหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ใหญ่ที่เหนียวเคี้ยวยาก ให้เปลี่ยนมาใช้โปรตีนเนื้อนุ่มธรรมชาติแทน เช่น:

เนื้อปลาสีขาว: เช่น ปลากระพง หรือปลาทับทิม นำมานึ่งหรือต้มจนนุ่ม เป็นโปรตีนคุณภาพสูงที่ย่อยง่ายมากๆ ค่ะ

ไข่ และเต้าหู้หลอด: วัตถุดิบสามัญประจำบ้านที่นุ่มละมุน ให้โปรตีนสูง และแทบไม่ต้องใช้แรงเคี้ยวเลยค่ะ


2. คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนเปื่อยนุ่ม (พลังงานนิ่ง สบายท้อง)
ข้าวและแป้งยังคงเป็นแหล่งพลังงานหลัก แต่หากใช้ข้าวสวยหุงแข็งๆ อาจทำให้ท่านเคี้ยวลำบากและท้องอืดได้ค่ะ

วัตถุดิบแนะนำ: แนะนำให้ใช้ ข้าวต้ม, โจ๊ก, หรือหุงข้าวหอมมะลิให้นุ่มกว่าปกติ รวมถึงกลุ่มมันฝรั่งหรือมันเทศนึ่งต้มจนเปื่อย หากท่านยังเคี้ยวได้ดี การใช้ข้าวกล้องต้มจนเมล็ดข้าวแตกเละก็นับเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมในการเพิ่มใยอาหารค่ะ


3. ผักเนื้อนิ่มไร้เส้นใยแข็ง (เติมวิตามินและช่วยระบบขับถ่าย)
ผู้สูงอายุมักมีปัญหาท้องผูกเนื่องจากลำไส้บีบตัวช้าลง เราจึงต้องเติมใยอาหารและวิตามินให้ท่านค่ะ แต่ควรหลีกเลี่ยงผักใบเขียวที่มีกากใยเหนียวๆ เพราะเคี้ยวยากและเสี่ยงต่อการสำลัก

วัตถุดิบแนะนำ: ให้เลือกใช้ผักประเภทหัวหรือผักเนื้อนิ่มที่ต้มแล้วเปื่อยง่าย เช่น ฟักทอง, แครอท, หรือหัวไชเท้า นำมาต้มหรือตุ๋นจนนิ่มสุดๆ ผักเหล่านี้จะให้วิตามิน เบต้าแคโรทีน และความหวานธรรมชาติชวนทานค่ะ


4. ไขมันดีในปริมาณที่พอเหมาะ (บำรุงหัวใจและช่วยดูดซึมวิตามิน)
หลีกเลี่ยงไขมันอิ่มตัวจากสัตว์หรือของทอดมันเยิ้ม แล้วหันมาเลือกใช้ไขมันดีที่จะช่วยปกป้องระบบหลอดเลือดและหัวใจแทนค่ะ

วัตถุดิบแนะนำ: แนะนำให้ใช้ "น้ำมันรำข้าว หรือน้ำมันมะกอก" ปริมาณเล็กน้อย (ประมาณ 1 ช้อนชาต่อมื้อ) ในการปรุงอาหาร เพื่อช่วยเพิ่มพลังงานดี และช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินบางชนิดไปใช้ได้ดียิ่งขึ้นค่ะ


5. น้ำซุปเคี่ยวธรรมชาติชูรสชาติ (กระตุ้นความอยากอาหาร)
เนื่องจากต่อมรับรสและกลิ่นของผู้สูงอายุจะเสื่อมลงตามธรรมชาติ ทำให้ท่านทานอาหารได้น้อยลง การปรุงอาหารจึงควรเน้นกลิ่นหอมชวนทาน

เทคนิคของคุณแม่: คุณแม่ชอบใช้ "น้ำซุปเคี่ยวจากโครงไก่หรือกระดูกหมู ร่วมกับผักหวานธรรมชาติ" มาใช้เป็นเบสในการทำอาหารอุ่นๆ เช่น ต้มจืดเต้าหู้หลอด หรือข้าวต้มปลา เพื่อดึงความหวานกลมกล่อมตามธรรมชาติมาชูรสชาติ โดยควบคุมโซเดียมให้ต่ำ ไม่ประโคมใส่ซีอิ๊วน้ำปลาเยอะเกินไป และไม่ใส่ผงชูรส เพื่อความปลอดภัยต่อความดันโลหิตและไตของท่านค่ะ


💕 บทสรุป

การเตรียมอาหารให้ผู้สูงอายุ อาจจะเป็นงานที่คนหลังครัวต้องใช้ความใจเย็นและความพิถีพิถันเพิ่มขึ้นอีกนิดในการต้ม ตุ๋น หรือสับวัตถุดิบให้เคี้ยวง่ายขึ้นนะคะ แต่อยากให้ระลึกไว้เสมอค่ะว่า หากคนที่คุณรักมีโรคประจำตัวร่วมด้วย เช่น โรคไต หรือโรคเบาหวาน วัตถุดิบและสัดส่วนอาหารบางอย่างอาจจะต้องจำกัดเข้มงวดขึ้นตาม "คำแนะนำของคุณหมอและนักโภชนาการประจำตัวของท่าน" เป็นหลักนะคะ