ผู้ผลิตสินค้าราคาส่ง ลงประกาศสินค้าอุตสาหกรรม
หมวดหมู่ทั่วไป => ผู้ผลิตสินค้าขายส่ง โพสฟรี ลงประกาศฟรี => ข้อความที่เริ่มโดย: siritidaphon ที่ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2026, 15:55:45 น.
-
วิธีการใส่สายยางให้อาหารสายยาง ทางจมูก ! (https://dseelin.co.th/)
การใส่สายยางให้อาหารทางจมูก (Nasogastric Tube Insertion) เป็นหัตถการที่ "ต้องทำโดยบุคลากรทางการแพทย์" เช่น พยาบาลหรือแพทย์ หรือผู้ดูแลที่ผ่านการฝึกฝนจนชำนาญแล้วเท่านั้นครับ เพราะหากใส่ผิดตำแหน่ง (เช่น สายเข้าหลอดลม) อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
หากคุณจำเป็นต้องรู้วิธีการเพื่อสังเกตหรือช่วยเหลือ นี่คือขั้นตอนมาตรฐานครับ:
1. การเตรียมอุปกรณ์
สายยางให้อาหาร (NG Tube): ขนาดที่เหมาะสม (มักใช้ 12-14 Fr สำหรับผู้ใหญ่)
สารหล่อลื่น (K-Y Jelly): สูตรละลายน้ำ เพื่อลดการเสียดสี
ไซริงค์สะอาด (ขนาด 50 ml) และ หูฟัง (Stethoscope)
พลาสเตอร์ สำหรับยึดสาย
น้ำดื่ม 1 แก้ว (สำหรับผู้ป่วยที่ยังรู้สึกตัวและพอจะช่วยกลืนได้)
2. ขั้นตอนการปฏิบัติ
จัดท่า: ให้ผู้ป่วยนั่งตัวตรง หรือนอนหนุนศีรษะสูง 45-60 องศา (ท่า High Fowlers)
วัดความยาวสาย (สำคัญมาก): * วัดจาก ปลายจมูก ไปที่ ติ่งหู
แล้ววัดจาก ติ่งหู ลงไปจนถึง ลิ้นปี่ (Xiphoid Process)
ทำสัญลักษณ์หรือทำเครื่องหมายไว้ที่สาย เพื่อให้รู้ว่าต้องใส่เข้าไปลึกแค่ไหนถึงจะถึงกระเพาะ
การใส่สาย:
ทาสารหล่อลื่นที่ปลายสายประมาณ 3-4 นิ้ว
ค่อยๆ สอดสายเข้าทางรูจมูกข้างที่โล่งที่สุด ให้สายเลียบไปตามพื้นจมูก
เมื่อสายถึงบริเวณคอหอย (ผู้ป่วยอาจมีอาการขย้อน) ให้ผู้ป่วยก้มหน้าลงเล็กน้อย และบอกให้ลองช่วย "กลืน" พร้อมกับที่เราดันสายเข้าไปตามจังหวะการกลืน
ดันสายเข้าไปจนถึงขีดที่วัดไว้
3. วิธีการตรวจสอบตำแหน่งสาย (ต้องเช็กทุกครั้ง!)
ห้ามเริ่มให้อาหารเด็ดขาด จนกว่าจะมั่นใจว่าสายอยู่ในกระเพาะอาหาร โดยใช้วิธีดังนี้:
การดูดของเหลว (Aspiration): ใช้ไซริงค์ดูดออกมา หากมีน้ำย่อย (สีเหลืองหรือเขียวใส) ออกมา แสดงว่าอยู่ในกระเพาะ
การฟังเสียงลม (Air Insufflation): ใช้ไซริงค์ดึงลมประมาณ 10-20 ml แล้วฉีดเข้าสายยางอย่างรวดเร็ว พร้อมใช้หูฟัง (Stethoscope) ฟังเสียง "ฟุ่บ" (Gurgling sound) บริเวณใต้ชายโครงซ้าย
การทดสอบกรด (pH Test): ตรวจสอบความเป็นกรดของของเหลวที่ดูดได้ (ถ้า pH < 5 มักจะอยู่ในกระเพาะ)
⚠️ ข้อควรระวังระดับอันตราย (Red Flags)
หากระหว่างใส่ผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้ ให้ดึงสายออกทันที:
หน้าเขียว เล็บเขียว หรือหายใจไม่ออก (สายอาจเข้าหลอดลม)
ไออย่างรุนแรง หรือไม่สามารถพูดได้
ผู้ป่วยสำลักหรือขย้อน อย่างหนักจนควบคุมไม่ได้
📊 สรุปสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ
สิ่งที่ควรทำ ✅ สิ่งที่ไม่ควรทำ ❌
ตรวจสอบตำแหน่งสายก่อนให้ทุกมื้อ ห้าม ใส่สายขณะผู้ป่วยนอนราบ
ทำเครื่องหมายที่สายไว้สังเกตการเลื่อน ห้าม ฝืนดันสายหากติดขัด (ให้เปลี่ยนข้างหรือพักก่อน)
เปลี่ยนพลาสเตอร์ทุก 1-2 วัน ห้าม เริ่มให้อาหารถ้าไม่มั่นใจว่าสายเข้ากระเพาะ