ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีการใส่สายยางให้อาหารสายยาง ทางจมูก !  (อ่าน 12 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1407
  • ผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรม โพสฟรี
    • ดูรายละเอียด
วิธีการใส่สายยางให้อาหารสายยาง ทางจมูก !
« เมื่อ: วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2026, 15:55:45 น. »
วิธีการใส่สายยางให้อาหารสายยาง ทางจมูก !

การใส่สายยางให้อาหารทางจมูก (Nasogastric Tube Insertion) เป็นหัตถการที่ "ต้องทำโดยบุคลากรทางการแพทย์" เช่น พยาบาลหรือแพทย์ หรือผู้ดูแลที่ผ่านการฝึกฝนจนชำนาญแล้วเท่านั้นครับ เพราะหากใส่ผิดตำแหน่ง (เช่น สายเข้าหลอดลม) อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

หากคุณจำเป็นต้องรู้วิธีการเพื่อสังเกตหรือช่วยเหลือ นี่คือขั้นตอนมาตรฐานครับ:

1. การเตรียมอุปกรณ์

สายยางให้อาหาร (NG Tube): ขนาดที่เหมาะสม (มักใช้ 12-14 Fr สำหรับผู้ใหญ่)

สารหล่อลื่น (K-Y Jelly): สูตรละลายน้ำ เพื่อลดการเสียดสี

ไซริงค์สะอาด (ขนาด 50 ml) และ หูฟัง (Stethoscope)

พลาสเตอร์ สำหรับยึดสาย

น้ำดื่ม 1 แก้ว (สำหรับผู้ป่วยที่ยังรู้สึกตัวและพอจะช่วยกลืนได้)


2. ขั้นตอนการปฏิบัติ

จัดท่า: ให้ผู้ป่วยนั่งตัวตรง หรือนอนหนุนศีรษะสูง 45-60 องศา (ท่า High Fowlers)

วัดความยาวสาย (สำคัญมาก): * วัดจาก ปลายจมูก ไปที่ ติ่งหู

แล้ววัดจาก ติ่งหู ลงไปจนถึง ลิ้นปี่ (Xiphoid Process)

ทำสัญลักษณ์หรือทำเครื่องหมายไว้ที่สาย เพื่อให้รู้ว่าต้องใส่เข้าไปลึกแค่ไหนถึงจะถึงกระเพาะ

การใส่สาย:

ทาสารหล่อลื่นที่ปลายสายประมาณ 3-4 นิ้ว

ค่อยๆ สอดสายเข้าทางรูจมูกข้างที่โล่งที่สุด ให้สายเลียบไปตามพื้นจมูก

เมื่อสายถึงบริเวณคอหอย (ผู้ป่วยอาจมีอาการขย้อน) ให้ผู้ป่วยก้มหน้าลงเล็กน้อย และบอกให้ลองช่วย "กลืน" พร้อมกับที่เราดันสายเข้าไปตามจังหวะการกลืน

ดันสายเข้าไปจนถึงขีดที่วัดไว้


3. วิธีการตรวจสอบตำแหน่งสาย (ต้องเช็กทุกครั้ง!)

ห้ามเริ่มให้อาหารเด็ดขาด จนกว่าจะมั่นใจว่าสายอยู่ในกระเพาะอาหาร โดยใช้วิธีดังนี้:

การดูดของเหลว (Aspiration): ใช้ไซริงค์ดูดออกมา หากมีน้ำย่อย (สีเหลืองหรือเขียวใส) ออกมา แสดงว่าอยู่ในกระเพาะ

การฟังเสียงลม (Air Insufflation): ใช้ไซริงค์ดึงลมประมาณ 10-20 ml แล้วฉีดเข้าสายยางอย่างรวดเร็ว พร้อมใช้หูฟัง (Stethoscope) ฟังเสียง "ฟุ่บ" (Gurgling sound) บริเวณใต้ชายโครงซ้าย

การทดสอบกรด (pH Test): ตรวจสอบความเป็นกรดของของเหลวที่ดูดได้ (ถ้า pH < 5 มักจะอยู่ในกระเพาะ)


⚠️ ข้อควรระวังระดับอันตราย (Red Flags)

หากระหว่างใส่ผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้ ให้ดึงสายออกทันที:

หน้าเขียว เล็บเขียว หรือหายใจไม่ออก (สายอาจเข้าหลอดลม)

ไออย่างรุนแรง หรือไม่สามารถพูดได้

ผู้ป่วยสำลักหรือขย้อน อย่างหนักจนควบคุมไม่ได้


📊 สรุปสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ

สิ่งที่ควรทำ ✅                                สิ่งที่ไม่ควรทำ ❌

ตรวจสอบตำแหน่งสายก่อนให้ทุกมื้อ   ห้าม ใส่สายขณะผู้ป่วยนอนราบ
ทำเครื่องหมายที่สายไว้สังเกตการเลื่อน   ห้าม ฝืนดันสายหากติดขัด (ให้เปลี่ยนข้างหรือพักก่อน)
เปลี่ยนพลาสเตอร์ทุก 1-2 วัน          ห้าม เริ่มให้อาหารถ้าไม่มั่นใจว่าสายเข้ากระเพาะ