ผู้เขียน หัวข้อ: หากผู้ป่วยมีภาวะคลื่นไส้ขณะให้อาหารสายยางจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ?  (อ่าน 9 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1460
  • ผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรม โพสฟรี
    • ดูรายละเอียด
หากผู้ป่วยมีภาวะคลื่นไส้ขณะให้อาหารสายยางจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ?

หากผู้ป่วยมีภาวะ คลื่นไส้ขณะให้อาหารสายยาง ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ผู้ดูแลต้องให้ความสำคัญมากครับ เพราะหากปล่อยไว้หรือฝืนให้จนจบมื้อ อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้ ดังนี้ครับ

1. ความเสี่ยง "สำลักอาหารเข้าปอด" (Aspiration)

นี่คือสิ่งที่อันตรายที่สุดครับ เมื่อผู้ป่วยคลื่นไส้จนอาเจียนออกมาในขณะที่มีสายยางคาอยู่ และร่างกายอยู่ในท่าที่ไม่เหมาะสม (เช่น นอนราบ) อาหารที่ขย้อนออกมามีโอกาสสูงมากที่จะ หลุดเข้าสู่หลอดลมและปอด

ผลที่ตามมา: ปอดอักเสบรุนแรง (Aspiration Pneumonia), การติดเชื้อในกระแสเลือด หรือในกรณีวิกฤตอาจทำให้หายใจไม่ออกเฉียบพลัน


2. ภาวะขาดสารอาหารและน้ำ (Dehydration & Malnutrition)

เมื่อคลื่นไส้บ่อยๆ ร่างกายจะปฏิเสธการรับอาหาร ทำให้ผู้ป่วยได้รับพลังงานไม่เพียงพอ

ผลที่ตามมา: น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว แผลกดทับหายช้าลง และร่างกายอ่อนแอลงจนสู้กับโรคเดิมที่เป็นอยู่ไม่ได้


3. สายยางเลื่อนหลุด (Tube Displacement)

แรงขย้อนจากการอาเจียนหรือการสำลักขณะคลื่นไส้ อาจทำให้ สายยางเลื่อนตำแหน่ง ออกจากกระเพาะอาหารมาอยู่ที่หลอดอาหารหรือขดอยู่ในปาก

ผลที่ตามมา: หากผู้ดูแลไม่ทราบและยังให้อาหารมื้อถัดไป อาหารจะเข้าไปในทางเดินหายใจโดยตรง


4. ภาวะเกลือแร่ในเลือดผิดปกติ

การอาเจียนหรืออาการคลื่นไส้ที่ทำให้ทานน้ำและอาหารไม่ได้ จะส่งผลต่อระดับโซเดียมและโพแทสเซียมในร่างกาย

ผลที่ตามมา: ผู้ป่วยอาจมีอาการสับสน อ่อนแรง หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ


⚠️ สิ่งที่ต้องทำทันทีเมื่อผู้ป่วยเริ่มคลื่นไส้

หยุดให้อาหารทันที: ปิดวาล์วหรือหยุดเครื่องให้ทันที ไม่ต้องฝืนให้หมดมื้อ

จัดท่านั่งให้สูงขึ้น: ให้ผู้ป่วยนั่งตัวตรงหรือกึ่งนั่งกึ่งนอนอย่างน้อย 45-90 องศา เพื่อป้องกันการสำลักหากมีการอาเจียน

ตะแคงหน้า: หากดูเหมือนจะอาเจียน ให้ตะแคงหน้าผู้ป่วยไปด้านใดด้านหนึ่งเพื่อให้อาเจียนไหลออกมาข้างแก้ม ไม่ไหลย้อนลงคอ

ดูดเช็กอาหารค้าง: หลังจากอาการสงบ ให้ลองใช้ไซริงค์ดูดเช็กอาหารในกระเพาะ (Gastric Residual) หากมีปริมาณมาก แสดงว่ากระเพาะทำงานช้าลง

สาเหตุและวิธีป้องกัน

สาเหตุที่พบบ่อย                          วิธีแก้ไขเบื้องต้น
ให้อาหารเร็วเกินไป                   ปล่อยให้อาหารไหลช้าลง (เพิ่มเวลาเป็น 20-30 นาที/มื้อ)
อาหารเข้มข้นหรือมันเกินไป   ผสมน้ำต้มสุกเพิ่มเพื่อเจือจาง หรือลดปริมาณไขมันในสูตร
อาหารเย็นจัดจากตู้เย็น           ตั้งทิ้งไว้ให้อุณหภูมิเท่าห้อง หรือแช่ในน้ำอุ่นก่อนให้
ให้ตอนผู้ป่วยเพิ่งทำกิจกรรม   พักผู้ป่วยให้นิ่งอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเริ่มให้อาหาร


💡 เคล็ดลับ

หากอาการคลื่นไส้เกิดจากผลข้างเคียงของยา (เช่น เคมีบำบัด) แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อรับ ยาแก้คลื่นไส้ โดยบดให้ทางสายยางก่อนเริ่มให้อาหารประมาณ 30 นาที จะช่วยให้ผู้ป่วยรับอาหารได้ดีขึ้นมาก