แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 21
1
ซุปฟักทอง Pumpkin Soup อาหารพร้อมทาน

อาหารพร้อมทาน ซุปฟักทอง หอมอร่อย เนื้อเต็มๆ
ซีกซองสามารถทานได้เลย ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ
ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโดยใช้ความร้อนสูง และบรรจุในถุงอลูมิเนียม
เพื่อรักษาคุณภาพและความสดอร่อย โดยสามารถเก็บที่อุณหภูมิห้อง
ไม่จําเป็นต้องแช่เย็นเก้บได้นานถึง 18 เดือน

ขนาด 180 กรัม

ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร ( Information for food allergy )
ผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนผสมของ ขึ้นฉ่ายฝรั่งและผลิตภัณฑ์จากนม อาจมีข้าวสาลี ซัลไฟล์และถั่วเหลือง
This product contains : celery and milk product and might contain wheat,sulphides and soybean

วิธีอุ่นร้อน
1. นำซองไปต้มในน้ำร้อน อุณหภูมิ 90-100C เวลา 3 นาที
Heat the pouch in boiling water ( 90 - 100c for 3 mins
2. ฉีดซอง เทใส่ภาชนะ อุ่นด้วยไมโครเวฟ ความร้อน 800 วัตต์ ( 2 นาที )
Pour the food in a microwaveable bowl and heat in 800 watts microwave about 2 mins

บรรจุภัณฑ์ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ( This packaging is not suitable for microwave use. )
อย 10-1-01554-5-0144
ฮาลาล
 
ช่องทางการสั่งซื้อ
 
เบอร์ : 02-398-5600 , 063-207-6926
Line : https://lin.ee/YWCEYud
page : https://www.facebook.com/BYSNFOOD
Shopee : https://shopee.co.th/sn.foods


2
บริการด้านอาหาร: อาหารที่เหมาะสำหรับคนเป็นโรคกระเพาะ

โรคกระเพาะอาหารเป็นโรคสำคัญ และพบได้บ่อยโดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานซึ่งต้องเร่งรีบกับเวลา ทำให้รับประทานอาหารไม่ตรงต่อเวลาส่งผลให้สุขภาพแย่ลงและปัญหาทางสุขภาพที่พบได้บ่อยคือการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร โรคกระเพาะถ้าได้รับการรักษาและดูแลตนเองให้ถูกต้องส่วนใหญ่เป็นแล้วก็จะหาย ดังนั้นผู้ป่วยควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานด้วยวิธีดังต่อไปนี้

1.    ถั่วลิสง วิตามินอีในถั่วลิสงช่วยลดการหลั่งน้ำย่อยของกระเพาะอาหาร เป็นการลดภาระของกระเพาะ

ถั่วลิสงมีสารอาหารดังต่อไปนี้ โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามินกลุ่มบี วิตามินอี โพแทสเซียมแคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก สังกะสี

ถั่วลิสง มีประโยชน์ต่อร่างกายคือ บรรเทาอาการท้องเสีย

2.    กะหล่ำปลี กะหล่ำปลีมีวิตามินยูและวิตามินเค ช่วยบำรุงและซ่อมแซมเยื่อบุของกระเพาะอาหารช่วยป้องกันและบรรเทาอาการของโรคกระเพาะทุกประเภท

กะหล่ำปลีมีสารอาหารดังต่อไปนี้ คาร์โบไฮเดรต เส้นใยอาหาร วิตามินซี วิตามินเค วิตามินยู โพแทสเซียม แคลเซียม

กะหล่ำปลี มีประโยชน์ต่อร่างกายคือ ป้องกันมะเร็งลำไส้

3.    กวางตุ้งฮ่องเต้ แคลเซียมในกวางตุ้งฮ่องเต้ช่วยสร้างอุจจาระ ช่วยชดเชยแคลเซียมที่สูญเสียไปขณะท้องเสีย ช่วยบรรเทาอาการท้องเสียเรื้อรัง

กวางตุ้งฮ่องเต้ มีสารอาหารได้แก่ เส้นใยอาหาร วิตามินเอ วิตามินซี โพแทสเซียม แคลเซียม ธาตุเหล็ก

กวางตุ้งฮ่องเต้ มีประโยชน์ต่อร่างกายคือ ช่วยให้แผลในกระเพาะอาหารหายเร็วขึ้น

4.    หัวไช้เท้า หัวไช้เท้าอุดมไปด้วยเอนไซม์ย่อยอาหาร ช่วยย่อยอาหารช่วยบรรเทาอาการปั่นป่วนของกระเพาะและลำไส้ที่เกิดจากกินมากเกินไป

หัวไช้เท้า มีสารอาหารดังต่อไปนี้ เส้นใยอาหาร วิตามินซี โพแทสเซียม แคลเซียม

หัวไชเท้า มีประโยชน์ต่อร่างกายคือ ชดเชยโพแทสเซียมที่สูญเสียไป ขณะท้องเสีย ลดแก๊สในกระเพาะอาหาร

5.    ฮ่วยซัว มิวโคโปรตีนในฮ่วยซัวช่วยปกป้องเยื่อเมือกและ ผนังกระเพาะอาหาร

ฮ่วยซัวมีสารอาหารดังต่อไปนี้ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต เส้นใยอาหาร วิตามินกลุ่มบี  วิตามินเค โพแทสเซียม

ฮ่วยซัว มีประโยชน์ต่อร่างกายคือ บำรุงกระเพาะอาหารและลำไส้ทำให้มีเรี่ยวแรงจากอาการท้องเสีย

6.    หอมหัวใหญ่ สาเมอร์แคปแทน(mercaptan) ที่อยู่ในหอมหัวใหญ่จะช่วยบำรุงรักษา เยื่อบุกระเพาะอาหาร ปรับสภาพของกระเพาะอาหารมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคกระเพาะ

หอมหัวใหญ่มีสารอาหารดังต่อไปนี้ คาร์โบไฮเดรต เส้นใยอาหาร วิตามินกลุ่มบี โพแทสเซียม แคลเซียม ซีลีเนียม การประกอบซัลเฟอร์ สารฟลาโวนอยด์

หอมหัวใหญ่ มีประโยชน์ต่อร่างกายคือ ชดเชยแคลเซียมที่สูญเสียไปในขณะท้องเสีย

7.    ว่านหางจระเข้ ของเหลวในว่านหางจระเข้จะห่อหุ้มเยื่อบุกระเพาะอาหารที่เป็นแผลเอาไว้ บรรเทาอาการของโรคกระเพาะอาหาร

ว่านหางจระเข้มีสารอาหารดังต่อไปนี้ เส้นใยอาหาร วิตามินเอ กรดนิโคทินิก (วิตามินบี3) โพแทสเซียมแคลเซียม ธาตุเหล็ก

ว่านหางจระเข้ มีประโยชน์ต่อร่างกายคือ ว่านหางจระเข้ในวุ้นใส ออกฤทธิ์ช่วยลดอาการอักเสบช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร และมีสารกลุ่มแอนทราควิโนนออกฤทธิ์เพิ่มการบีบตัวของลำไส้ลดอาการท้องผูกได้มีฤทธิ์ในการสมานแผลรักษาอาการผิวหนังอักเสบที่เกิดจากการฉายรังสี

8.    มะม่วงวิตามินเอในมะม่วงช่วยรักษาโรคแผลในกระเพาะอาหาร

มะม่วงมีสารอาหารดังต่อไปนี้ คาร์โบไฮเดรต เส้นใยอาหาร วิตามินเอ วิตามินบี6 วิตามินซี โฟเลต  กรดนิโคทินิก (วิตามินบี 3) โพแทสเซียม

มะม่วงมีประโยชน์ต่อร่างกายคือ รักษาโรคแผลในกระเพาะอาหาร

9.    ถั่วลิสง อาการท้องเสียมักทำให้ปริมาณโพแทสเซียมในร่างกายไม่เพียงพอ แก้ได้โดยการกินถั่วลิสงที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียม เพื่อรักษาสมดุลของอิเล็กโทรไลต์ในร่างกาย

ถั่วลิสงมีสารอาหารดังต่อไปนี้ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต เส้นใยอาหาร วิตามินกลุ่มบี โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก

ถั่วลิสงมีประโยชน์ต่อร่างกายคือ ชดเชยแคลเซียมที่สูญไปขณะท้องเสีย

10.    ปลาทูน่า ปลาทูน่าอุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวช่วยบำรุงกระเพาะอาหาร มีประโยชน์ต่อผู้ที่เป็นโรคแผลในกระเพาะอาหาร

ปลาทูน่ามีสารอาหารดังต่อไปนี้ โปรตีน กรดไขมันโอเมกา3  วิตามินกลุ่มบี วิตามินอี โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก ซีลีเนียม

ปลาทูน่ามีประโยชน์ต่อร่างกายคือ ชดเชย โพแทสเซียมที่สูญเสียไปขณะท้องเสีย

อาหาร คือสิ่งสำคัญควรเอาใจใส่ในเรื่องการเลือกอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยเฉพาะอาหาร 10 ชนิดที่กล่าวข้างต้น และรับประทานอาหารให้ตรงต่อเวลา หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ของมันของทอด หลีกเลี่ยงการเข้านอนหลังรับประทานอาหารเสร็จใหม่ๆ การงดดื่มแอลกอฮอล์ การงดสูบบุหรี่  และหมั่นการออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อควบคุมน้ำหนักทั้งหมดนี้คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อเป็นการรักษาสำคัญที่ทำให้โอกาสหายขาดจากโรคกระเพาะอาหารได้

3
บริการด้านอาหาร: แนะนำอาหารที่ควรเลี่ยงเมื่อเป็นกรดไหลย้อน

หลายคงเคยมีปัญหาเกี่ยวกับท้องหรือลำไส้ที่ไม่ค่อยจะดี ซึ่งสาเหตุหลักๆที่ทำให้เกิดปัญหาส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารและอาหารที่เรารับประทานเข้าไป เช่น อาการกรดไหลย้อน เชื่อว่าหลายคนอาจจะเคยเป็นและเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะทำให้รู้สึกทรมานมาก โรคกรดไหลย้อน เป็นโรคที่เกิดจากการไหลย้อนของสารคัดหลั่งในกระเพาะอาหาร ไม่ว่าจะเป็นกรดหรือแก๊สกลับไปที่หลอดอาหาร ซึ่งโดยปกติร่างกายคนเราจะมีการไหลย้อนของกรดในกระเพาะอาหารขึ้นไปในหลอดอาหารอยู่บ้าง โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหาร แต่คนที่เป็นโรคนี้จะมีปริมาณกรดที่ย้อนมากขึ้นหรือย้อนบ่อยกว่าผู้ที่ไม่เป็นโรค หรือหลอดอาหารมีความไวต่อกรดมากขึ้นแม้ว่าจะมีปริมาณกรดที่ย้อนขึ้นไปไม่มากกว่าปกติ โดยอาการที่พบบ่อยในโรคกรดไหลย้อน

ได้แก่ จะมีความรู้สึกแสบร้อนบริเวณลิ้นปี่ กลางหน้าอก ซึ่งมักเกิดหลังรับประทานอาหารเสร็จใหม่ๆ รู้สึกเปรี้ยวหรือขมในปากและคอ หรือมีอาหารย้อนขึ้นมาในปากและคอ จุกเสียด แน่นท้องบริเวณลิ้นปี่ โดยปัจจัยเสี่ยงของการเกิดกรดไหลย้อนได้แก่ พฤติกรรมในการดำเนินชีวิต เช่น เข้านอนทันทีหลังรับประทานอาหาร รับประทานอาหารปริมาณมากในหนึ่งมื้อ สูบบุหรี่ ดื่มน้ำอัดลมหรือแอลกอฮอล์ ความเครียด ยิ่งถ้ามีโรคอ้วน ก็จะทำให้เพิ่มแรงกดต่อกระเพาะอาหารและทำให้กรดไหลย้อนกลับได้ แต่อาการเหล่านี้สามารถแก้ได้ด้วยการรับประทานอาหารหรือพยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจจะทำให้เกิดกรดไหลย้อนได้ง่าย วันนี้จะมาพูดถึงเรื่องของอาหารที่ควรเลี่ยงเมื่อเป็นกรดไหลย้อน เพื่อเป็นแนวทางให้กับคนที่พฤติกรรมเสี่ยงหรือคนที่กำลังเป็นโรคดังกล่าว ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและหันมาใส่ใจในเรื่องอาหารการกินมากยิ่งขึ้น

หลายคนที่มีอาการกรดไหลย้อน อาจจะเคยสงสัยว่า ทำไมอาการกรดไหลย้อน กินยาแล้วไม่หายสักที หรือมีอาการกำเริบบ่อย มีอาการแสบกลางอกบ่อย แม้ว่าจะกินยารักษาไปแล้วก็ตาม บอกได้เลยว่า อาหารมีผลต่ออาการกรดไหลย้อนมากเลยทีเดียว ถ้าหากเรากินยาแล้วไม่หาย ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่า เราอาจกำลังรับประทานอาหาร ที่ไปกระตุ้นให้กรดไหลย้อนกำเริบนั่นเอง ดังนั้น จึงเป็นเรื่องจำเป็น ที่จะต้องรู้ว่า ถ้าเราเป็นกรดไหลย้อนควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทใด

สำหรับอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อเป็นกรดไหลย้อน ได้แก่ อาหารทอด อาหารมัน อาหารรสจัด ทั้งเผ็ด เค็ม เปรี้ยว อาหารหมักดอง ผลไม้รสเปรี้ยวจัด เช่น สับปะรด ส้ม มะนาว อาหารที่ทำมาจากถั่ว เนื้อสัตว์สุกๆ ดิบๆ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์ เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เช่นชา กาแฟ น้ำอัดลม ที่มีทั้งแก๊สและกาเฟอีน เครื่องดื่มชูกำลัง รวมไปถึงอาหารที่มีไขมันสูง เพราะจะทำให้กระเพาะอาหารบีบตัวลดลง ส่งผลทำให้อาหารค้างอยู่ในกระเพาะนานกว่าปกติ และทำให้กรดในกระเพาะอาหารเพิ่มมากขึ้น

จึงไปกระตุ้นให้กรดไหลย้อนกำเริบ ไหลขึ้นมายังหลอดอาหาร ทำให้มีอาการแสบกลางอก เรอเปรี้ยว ขมคอ นั่นเอง นอกจากนี้ ผักดิบ หรือ ผักที่มีแก๊สสูง เช่น หอมหัวใหญ่ หอมแดง กระเทียม พริกไทย สะระแหน่ ฯลฯ จะทำให้กรดแก๊สในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น และอาการกำเริบ มีอาการแสบกลางอกขึ้นได้ ต่อมาคือ ของหมักดอง ที่เป็นอาหารที่มีส่วนเพิ่มแก๊สในกระเพาะอาหาร นอกจากกรดไหลย้อนกำเริบแล้ว ยังทำให้รู้สึกจุก เสียด แน่นท้อง ได้อีกด้วย เช่น ผลไม้ดอง, ผลไม้แช่อิ่ม, หน่อไม้ดอง, ปลาร้า นอกจากนี้ เครื่องดื่มยอดนิยมอย่าง ชานมไข่มุก ก็มีส่วนทำให้อาการกำเริบได้ เพราะการใช้หลอดดูดมากๆ เช่น ชานมไข่มุก หรือการใช้หลอดดูดขนาดใหญ่ เกิดการนำพาลมเข้ากระเพาะเป็นจำนวนมาก ทำให้อาการจุกแน่น ลมตี ปวดหัว เสียดหน้าอก ฯลฯ เพิ่มมากขึ้นโดยตรงเกิดการนำพาลมเข้ากระเพาะเป็นจำนวนมาก ทำให้อาการจุกแน่น ลมตี ปวดหัว เสียดหน้าอก ฯลฯ เพิ่มมากขึ้น

เห็นมั้ยว่า อาการที่เราเป็นอยู่นั้น มีผลมาจากการรับประทานอาหารและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราทั้งสิ้น ถ้าอยากห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ สิ่งที่ดีที่สุดก็คือ การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพราะคนไทยส่วนใหญ่เกิดโรคภัยไข้เจ็บ ก็มาจากพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ดังนั้น เราควรใส่ใจ พิถีพิถันในการเลือกรับประทานอาหารมากขึ้น เพื่อที่เราจะได้มีสุขภาพที่ดี ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บได้ ที่สำคัญ หมั่นออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายได้เสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรง เพื่อให้เราได้มีสุขภาพกาย สุขภาพจิตที่แข็งแรงต่อไป

4
เตรียมพร้อมสุขภาพฟัน ก่อนเข้ารับการจัดฟันเด็ก

ในปัจจุบันเด็กหลายคนมีปัญหาในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟัน เนื่องจากละเลยในการทำความสะอาดช่องปากและฟันและบวกกับการที่เด็กชอบรับประทานของหวาน น้ำอัดลมหรือขนมต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดฟันผุ การเกิดฟันผุเป็นปัญหาที่มักพบได้บ่อยและส่งผลทำให้กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ โดนล้อ หรือแม้กระทั่งทำให้รับประทานอาหารได้ไม่เต็มที่ ผลกระทบของโรคฟันผุในเด็กสามารถส่งผลต่อสุขภาพร่างกายได้ในอนาคต เพราะการที่มีฟันน้ำนมผุจะทำให้รู้สึกปวด บดเคี้ยวอาหารไม่ได้และร่างกายจะได้รับสารอาหารที่ไม่ครบถ้วน ส่งผลต่อการเจริญเติบโตอีกทั้ง อาการปวดฟันยังส่งผลทำให้เด็กนอนไม่หลับและทำให้เรียนรู้ช้า

สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของเด็กและยังสามารถขัดขวางในเรื่องของพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์และสติปัญญาได้อีกด้วย ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองควรให้ความสำคัญต่อการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันและควรปลูกฝังให้เด็กตระหนักถึงปัญหาของสุขภาพช่องปากและฟันตั้งแต่วัยเด็ก เพื่อให้เด็กได้เติบโตไปมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีหรือถ้าผู้ปกครองท่านใดสนใจที่อยากจะพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็ก ก็ถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆเพราะการที่เด็กเข้ารับการจัดฟันก็จะช่วยทำให้ปลูกฝังในเรื่องของการดูแลช่องปากและฟันไปในตัวและยังช่วยทำให้เด็กมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีมีฟันที่เรียงตัวกันอย่างสวยงามมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใด ที่กำลังตัดสินใจว่าจะพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็กหรือไม่ เพราะอาจจะกังวลในข้อจำกัดหลายๆอย่างและไม่ทราบว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็กในวันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการเตรียมตัวก่อนเข้ารับการจัดฟันในเด็ก เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ปกครองได้ปฏิบัติตัวและให้เด็กได้เตรียมความพร้อม สำหรับการรักษาด้วยการจัดฟันในเด็ก สำหรับวิธีการเตรียมตัวของพ่อแม่ผู้ปกครอง สิ่งสำคัญเลยก็คือควรพูดทำความเข้าใจกับบุตรหลานของท่านให้เข้าใจว่า เหตุใดเด็กจะต้องเข้ารับการจัดฟัน เพื่อให้บุตรหลานของท่านได้เข้าใจก่อนเข้ารับการรักษา เพราะเด็กหลายคนมีความกังวลเกี่ยวกับการเข้าพบทันตแพทย์เพราะ กลัวเจ็บหรือรู้สึกเขินอาย

ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองควรสร้างทัศนคติที่ดีในเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพฟันให้แก่บุตรหลาน สำหรับวิธีการเตรียมตัวก่อนเข้ารับการจัดฟันในเด็ก ในขั้นแรกที่เรากล่าวไปแล้วก็คือพ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะสร้างทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและฟันให้กับบุตรหลานของท่าน ต่อมาก่อนการเข้ารับการจัดฟันเด็กจะต้องทำความสะอาดช่องปากและฟันก่อนเข้าตรวจกับทันตแพทย์ ในข้อนี้เด็กจะต้องมีความร่วมมือในการรักษากับทันตแพทย์ด้วย ต่อมาถึงขั้นตอนของการพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาของสุขภาพช่องปากและฟันของเด็กเพื่อให้ทันตแพทย์ได้วางแผนการรักษาที่เหมาะสม โดยอาจจะมีพ่อแม่ผู้ปกครองร่วมพูดคุยด้วย หลังจากพูดคุยเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ถึงขั้นตอนการวางแผนการรักษาและการออกแบบ

เครื่องมือการจัดฟันให้เหมาะสมกับเด็ก นี่ก็คือวิธีการเตรียมพร้อมก่อนเข้ารับ จัดฟันในเด็กส่วนในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่จะต้องเตรียมในการจัดฟัน ในข้อนี้ต้องอธิบายก่อนว่าราคาของการจัดฟันในแต่ละแบบและแต่ละสถานที่จะมีความแตกต่างกันออกไป โดยจะขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ รวมกับปัญหาของสุขภาพช่องปากและฟันด้วย ดังนั้น ในเรื่องของค่าใช้จ่ายพ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะหาข้อมูล เปรียบเทียบราคา หรือเงื่อนไขและเตรียมความพร้อมก่อนพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็กเพื่อที่จะได้เลือกแนวทางที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด

หากพ่อแม่ท่านใดอยากพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็ก สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิกเพราะทางเรามีทีมทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการจัดฟันในเด็ก รวมไปถึงมีประสบการณ์ทางด้านทันตกรรมของเด็กจึงทำให้มีการรักษาได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัยและเหมาะสมมากที่สุด เพราะทางคลินิกของเราอยากให้เด็กทุกคนมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีตั้งแต่อายุยังน้อยเพื่อที่จะได้เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพช่องปากและฟันที่แข็งแรงสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

5
จัดฟันบางนา: ขณะตั้งครรภ์ สามารถเข้ารับการจัดฟันแบบใสได้หรือไม่

สุขภาพช่องปากและฟัน ถือเป็นเรื่อง ที่ต้องเอาใจใส่ให้มากเป็นพิเศษ เพราะไม่ว่าจะเพศใดหรือวัยไหนก็ต้องดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและฟันให้ดีอยู่เสมอ การที่เรามีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีก็จะทำให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย และที่สำคัญที่สุดก็คือ เราควรเข้ารับการตรวจฟันเป็นประจำอย่างน้อยปีละสองครั้ง เพื่อให้เราได้ทราบถึงปัญหาและการเปลี่ยนแปลงของสุขภาพช่องปากและฟัน ถ้าหากมีปัญหาก็จะสามารถแก้ไขได้ทันเวลา ถ้าหากปล่อยไว้นานๆ อาจจะทำให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมาได้ นอกจากนี้ ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ทุกคนก็ควรเข้ารับการตรวจฟันกับทันตแพทย์ ควรได้รับคำแนะนำในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อให้ได้รับการป้องกันหรือการรักษาโรคที่ถูกต้องไม่ว่าจะเป็นโรคฟันผุ โรคเหงือกอักเสบ

ซึ่งหญิงตั้งครรภ์จะต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์ตามที่จำเป็นในช่วงระยะครรภ์ที่เหมาะสมซึ่งจะหากได้รับการรักษาที่จำเป็นช้าเกินไปอาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อคุณแม่และยังส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ได้นั่นเอง และสำหรับคนท้องที่อยู่ในระหว่างการจัดฟัน ก็ต้องได้รับคำแนะนำจากทันตแพทย์ด้วยในเรื่องของการดูแลรักษาความสะอาดของสุขภาพช่องปากและฟัน แต่สำหรับคนท้องที่อยากเข้ารับการจัดฟัน ทันตแพทย์อาจจะพิจารณาให้คุณแม่คลอดน้องออกมาก่อนเพราะการจัดฟันไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน และคุณแม่บางท่านอาจจะรู้สึกอึดอัดหรือไม่สะดวก เนื่องจากในระหว่างตั้งครรภ์นั้นจะต้องดูแลรักษาสุขภาพให้มากเป็นพิเศษอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่แต่ละเคสด้วย เพราะถ้าหากมีความจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการจัดฟัน ก็ควรปรึกษาทันตแพทย์ก่อนเข้ารับการรักษา

แต่สำหรับคุณแม่ที่อยากจะเข้ารับการจัดฟันแบบใส ก็ต้องปรึกษาทันตแพทย์ด้วย ในเรื่องของการวางแผนการรักษา และประเมินช่องปากเบื้องต้น แต่คุณแม่หลายท่านอาจจะมีความกังวลในเรื่องของการสวมใส่เครื่องมือว่า ถ้าหากเข้ารับการจัดฟันแบบใสขณะตั้งครรภ์ การสวมใส่เครื่องมือจะมีผลต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง ซึ่งวันนี้เราจะมาตอบปัญหาในเรื่องของเครื่องมือการจัดฟันแบบใสกับคุณแม่ตั้งครรภ์ ว่าจะมีผลกระทบต่อทารกในครรภ์หรือไม่ หลายคนคงทราบดีอยู่แล้วว่า เครื่องมือการจัดฟันแบบใสนั้น มีความใส และสามารถถอดออกได้ขณะรับประทานอาหารและทำให้ผู้เข้ารับการจัดฟันสามารถรับประทานอาหารได้อย่างหลากหลาย

ซึ่งถ้าคุณแม่ที่ตั้งครรภ์จะเข้ารับการจัดฟันแบบใส ก็จะสามารถรับประทานอาหารได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีอุปสรรคในเรื่องของการรับประทานอาหารเลย ต่อมาในเรื่องของการทำความสะอาดช่องปากและฟัน ซึ่งแน่นอนว่า คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ควรที่จะดูแลเอาใจใส่ในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันให้ดี เพราะการที่คุณแม่มีสุขภาพช่องปากและฟันที่ไม่มีดีหรือมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก ก็อาจจะส่งผลต่อสุขภาพร่างกายด้วย ดังนั้นการจัดฟันแบบใส ก็สามารถตอบโจทย์และทำให้คุณแม่สามารถทำความสะอาดช่องปากและฟันได้อย่างเต็มที่

ต่อมาในเรื่องของการสวมใส่เครื่องมือการจัดฟัน ที่คุณแม่ที่ตั้งครรภ์หลายคน มีความกังวลว่า การสวมใส่เครื่องมือการจัดฟันแบบใสนั้น จะส่งผลต่อทารกในครรภ์หรือไม่ ต้องบอกเลยว่า เครื่องมือการจัดฟันแบบใส เราผลิตมาจากพลาสติกที่มีความใส สำหรับใช้งานด้านการแพทย์และไม่มีพิษหรือสารเคมีใดๆ เพราะฉะนั้น คุณแม่ตั้งครรภ์ สามารถสวมใส่เครื่องมือการจัดฟันแบบใสได้ระหว่างการตั้งครรภ์ แต่ถ้าหากมีความกังวลก็สามารถปรึกษาพูดคุยกับทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญได้ ทางคลินิกยินดีให้คำปรึกษาในเรื่องของการเข้ารับการจัดฟันแบบใส โดยทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญที่จะช่วยไขข้อสงสัยได้อย่างถูกต้อง และถ้าหากสนใจเข้ารับการจัดฟันแบบใส

6
ไอเดียอาหารทำเองง่ายๆที่จะขายจากครัวของคุณเพื่อหาอาชีพเสริม

วิธีหารายได้เสริมโดยไม่ต้องออกจากบ้าน หนึ่งในทางเลือกที่คุ้มค่าและใช้งานได้จริงที่สุดคือการขายอาหารทำเองหากคุณรักการทำอาหาร คุณสามารถเปลี่ยนห้องครัวของคุณให้กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจขนาดเล็กได้อย่างง่ายดาย ด้วยเมนูที่เหมาะสม วัตถุดิบราคาไม่แพงและความคิดสร้างสรรค์เพียงเล็กน้อย คุณสามารถปรุงอาหารที่ลูกค้าชื่นชอบพร้อมกับสร้างรายได้เสริมที่ยั่งยืน

ทำไมการขายอาหารทำเองจึงเป็นธุรกิจเสริมที่ยอดเยี่ยม
การลงทุนต่ำ – คุณสามารถเริ่มต้นด้วยอุปกรณ์ที่คุณมีอยู่ในครัวของคุณได้
ตารางเวลาที่ยืดหยุ่น – ทำอาหารเมื่อคุณมีเวลาและรับออเดอร์ล่วงหน้าเพื่อจัดการปริมาณงานของคุณ
ความต้องการสูง – ผู้คนมักมองหาอาหารที่อร่อย ราคาไม่แพง และสะดวกสบาย
การสัมผัสส่วนตัว – อาหารที่ทำเองมักจะให้ความรู้สึกพิเศษและแท้จริงมากกว่าอาหารที่ซื้อจากร้าน
ไอเดียอาหารง่ายๆ สำหรับการเริ่มต้นขาย

เมื่อเริ่มต้น ควรเลือกสูตรอาหารง่ายๆ ที่ใช้เวลาไม่นาน แต่ยังคงรสชาติอร่อย นี่คือไอเดียบางส่วน:
อาหารว่างและอาหารทานเล่น
ปอเปี๊ยะทอด
ปีกไก่ราดซอสต่างๆ
แซนวิชหรือแรปขนาดเล็ก

เมนูข้าวและก๋วยเตี๋ยว
ข้าวผัด (ใส่ไก่ อาหารทะเล หรือแบบมังสวิรัติ)
ผัดไทยหรือผัดหมี่
แกงกะหรี่แบบห่อข้าว

ขนมหวานโฮมเมด
ขนมปังกล้วยหรือบราวนี่
พุดดิ้งมะพร้าวหรือขนมไทย
คุกกี้และมัฟฟิน

ทางเลือกเพื่อสุขภาพ
สลัดสดพร้อมน้ำสลัดโฮมเมด
ถ้วยผลไม้หรือสมูทตี้
ขนมขบเคี้ยวน้ำตาลต่ำสำหรับลูกค้าที่ใส่ใจสุขภาพ

เคล็ดลับการขายให้ประสบความสำเร็จ
เริ่มต้นแบบเล็ก ๆ : ทดลองชิมอาหารของคุณกับครอบครัวและเพื่อน ๆ ก่อนที่จะขายให้คนอื่น
โปรโมตออนไลน์ : ใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Instagram หรือ TikTok เพื่อแบ่งปันรูปภาพและเมนู
เสนอบริการจัดส่งหรือรับสินค้า : ร่วมมือกับแอปจัดส่งอาหารหรือให้ตัวเลือกการรับสินค้าแบบง่ายๆ
เรื่องของบรรจุภัณฑ์ : ใช้บรรจุภัณฑ์ที่สะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และน่าดึงดูด เพื่อให้อาหารของคุณดูเป็นมืออาชีพ
รักษาราคาให้ยุติธรรม : คำนวณต้นทุนอย่างรอบคอบและตั้งราคาที่เหมาะสมซึ่งยังคงมีกำไรอยู่

นอกจากนี้ ยังมีเมนูอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกเพียบ เช่น ข้าวคลุกกะปิ, ขนมจีบ, หรือบราวนี่ ลองเลือกเมนูที่เราถนัดที่สุดและเป็นเมนูที่คนส่วนใหญ่ชอบกิน ก็จะช่วยให้ขายง่ายขึ้น

การขายอาหารทำเองง่ายๆ ไม่เพียงแต่เป็นวิธีที่สนุกในการแบ่งปันทักษะการทำอาหารของคุณเท่านั้น แต่ยังเป็นวิธีที่ชาญฉลาดในการสร้างรายได้เสริมอีกด้วย ด้วยสูตรอาหารง่ายๆ การโปรโมตอย่างชาญฉลาด และคุณภาพที่สม่ำเสมอ คุณสามารถค่อยๆ ขยายธุรกิจครัวเล็กๆ ของคุณให้กลายเป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคง เริ่มต้นด้วยเมนูที่คุณชอบทำ รับฟังความคิดเห็นจากลูกค้า และค่อยๆ ขยายเมนูของคุณไปทีละขั้นตอน


7
เมนูสร้างอาชีพ ข้าวไข่ข้นกะเพราหมูสับที่นุ่มละมุนผสมผสานรสชาติจัดจ้าน เมนูไทยง่ายๆ อร่อยๆ

หากคุณกำลังมองหาอาหารไทยที่ปรุงง่าย อร่อยและน่าพอใจสำหรับทำกินเองที่บ้าน ข้าวไข่คนกะเพราหมูสับ ผัดหมูสับกะเพราถือเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ อาหารจานนี้ผสมผสานความสบายของไข่เจียวสไตล์ไทยที่นุ่มละมุนและรสชาติจัดจ้านของผัดกะเพราหมูสับอันโด่งดัง ปรุงง่ายและมีรสชาติเข้มข้น ทำให้เป็นที่ชื่นชอบทั้งในหมู่คนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว

อะไรที่ทำให้มันพิเศษ?
ไข่เจียวฟูนุ่ม ( ไข่คน ):
ไข่เจียวฟูนุ่มของไทยนั้นแตกต่างจากไข่ดาวทั่วไป คือมีความนุ่ม ฟูเบา และครีมมี่เล็กน้อย โดยปกติแล้วไข่เจียวฟูนุ่มจะทำโดยตีไข่ให้เข้ากัน และบางครั้งก็เติมนมหรือเครื่องปรุงลงไปเล็กน้อยก่อนจะนำไปทอดในน้ำมันร้อนอย่างรวดเร็วเพื่อให้ฟูสวยงาม

ผัดกะเพราหมูสับ :
อาหารจานนี้มีรสชาติเผ็ด หอมกระเทียม และใช้หมูสับผัดกับกระเทียม พริก ซีอิ๊ว น้ำปลา และส่วนผสมหลักคือกะเพรา กลิ่นหอมของกะเพราทำให้จานนี้มีกลิ่นหอมและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์

ส่วนผสมที่คุณต้องมี:
สำหรับไข่เจียว:
ไข่ 2–3 ฟอง
นมสักเล็กน้อย (ตามชอบ)
เกลือเล็กน้อย
น้ำมันปรุงอาหาร

สำหรับหมูกะเพรา:
หมูสับ 150 กรัม
กระเทียมสับ 3 กลีบ
พริกขี้หนูสับ 2–3 เม็ด (ปรับความเผ็ดตามชอบ)
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนชา
ซอสหอยนางรม 1 ช้อนชา
น้ำตาล 1 ช้อนชา
ใบกะเพราจำนวนหนึ่งกำมือ
น้ำมันปรุงอาหาร
ข้าวหอมมะลินึ่ง (สำหรับเสิร์ฟ)

วิธีทำ:
การทำไข่เจียว :
ตีไข่ในชามกับเกลือเล็กน้อย (และนมเล็กน้อยถ้าคุณชอบ)
ตั้งน้ำมันในกระทะให้ร้อน ใส่ไข่ลงไปแล้วทอดจนฟูเหลือง จากนั้นพักไว้

ผัดหมู :
ใส่น้ำมันลงในกระทะอีกใบ ตั้งไฟให้ร้อน ใส่กระเทียมและพริกลงไป ผัดจนหอม
ใส่หมูสับลงไปผัดจนสุกเป็นสีน้ำตาล
ใส่ซีอิ๊วขาว น้ำปลา ซอสหอยนางรม และน้ำตาล คนให้เข้ากัน
ใส่โหระพาลงไป ปรุงอีก 30 วินาที แล้วจึงยกออกจากความร้อน

ให้บริการ :
วางไข่เจียวไว้บนจานข้าวหอมมะลินึ่ง
ตักหมูกะเพราไว้ด้านข้างหรือบนไข่เจียว
หรือจะเสิร์ฟพร้อมไข่ดาวหรือแตงกวาหั่นบาง ๆ ก็ได้เพื่อความสมดุล

เคล็ดลับความอร่อย:
ความข้นของไข่: ปรับระดับความข้นของไข่ได้ตามชอบ ถ้าชอบแบบเยิ้มๆ ให้รีบปิดไฟตอนที่ไข่ยังไม่สุกทั่ว
รสชาติกะเพรา: ปรุงรสกะเพราให้จัดจ้านตามชอบ ใครชอบเผ็ดมากก็ใส่พริกเยอะหน่อย
ใบกะเพรา: ใส่ใบกะเพราในขั้นตอนสุดท้าย ผัดแค่พอสลด จะทำให้มีกลิ่นหอมน่าทาน
หมูสับ: สามารถนำหมูสับไปรวนในน้ำเล็กน้อยก่อนนำมาผัดกับเครื่องกะเพราได้ จะช่วยให้หมูนุ่มขึ้น

ทำไมคุณถึงจะรักมัน
เมนูนี้รสชาติกลมกล่อม เข้มข้น เผ็ดร้อน เผ็ดร้อน และอร่อยจนต้องบอกต่อ ที่สำคัญคือทำเสร็จภายใน 30 นาที โดยใช้วัตถุดิบง่ายๆ ที่พบได้ในครัวส่วนใหญ่ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ในการทำอาหารไทยหรือแค่ต้องการไอเดียทำอาหารจานด่วนข้าวไข่คนกะเพราหมูสับก็เป็นตัวเลือกที่ดี


8
ความลับที่ควรรู้ ! ของ อาหารเหลว อาหารสายยาง

นอกจากเรื่องโภชนาการและความสะอาดแล้ว ยังมี "ความลับ" หรือเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยให้การดูแลผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายยาง (Enteral Nutrition) ง่ายขึ้นและปลอดภัยกว่าเดิมครับ

1. ความลับเรื่อง "ความเร็ว": ช้าคือดีที่สุด

การปล่อยให้อาหารไหลเร็วเกินไป (เช่น ดันลูกสูบแรงๆ) ไม่ได้แปลว่าประหยัดเวลา แต่คือการเพิ่มภาระให้ร่างกาย

ความจริง: ร่างกายต้องการเวลาในการหลั่งน้ำย่อย หากให้อาหารเร็วเกินไป ผู้ป่วยจะเกิดอาการ Dumping Syndrome (ใจสั่น หน้ามืด ท้องเสียเฉียบพลัน) เนื่องจากการปรับตัวของน้ำตาลและของเหลวในลำไส้ไม่ทันครับ

เทคนิค: ควรปล่อยให้อาหารไหลช้าๆ นานประมาณ 30-45 นาทีต่อมื้อ


2. ความลับเรื่อง "น้ำอุ่น": ตัวช่วยล้างสายที่เก่งที่สุด

หลายคนพยายามล้างสายยางที่อุดตันด้วยน้ำเย็นหรือการออกแรงดันเยอะๆ ซึ่งอาจทำให้สายแตกได้

ความจริง: น้ำอุ่น (อุณหภูมิประมาณ 30-40 องศาเซลเซียส) มีคุณสมบัติในการละลายคราบไขมันจากอาหารปั่นและละลายตะกอนยาได้ดีกว่าน้ำอุณหภูมิปกติหลายเท่าครับ

เทคนิค: หากสายเริ่มดูขุ่น ให้ลอง Flush ด้วยน้ำอุ่นเบาๆ จะช่วยให้สายกลับมาใสเหมือนใหม่


3. ความลับเรื่อง "น้ำตาล": ระวังน้ำตาลแฝงในผลไม้

ในการทำอาหารปั่นเอง หลายคนชอบใส่ผลไม้เพื่อหวังให้ได้วิตามิน

ความจริง: ผลไม้บางชนิดมีน้ำตาลฟรุกโตสสูงมาก และถ้าปั่นรวมไปในปริมาณเยอะๆ อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยพุ่งสูง (โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน) และยังทำให้อาหารบูดเสียเร็วขึ้นด้วย

เทคนิค: เน้นผักที่มีสีเข้ม (แครอท, ฟักทอง, ผักกาดขาว) จะได้วิตามินที่คงตัวและปลอดภัยกว่าครับ


4. ความลับเรื่อง "ช่องปาก": ไม่ได้กินทางปาก ก็ต้องแปรงฟัน

นี่คือความลับที่คนมักมองข้ามมากที่สุด เพราะคิดว่าไม่ได้เคี้ยวอาหาร ปากน่าจะสะอาด

ความจริง: แม้ไม่ได้ทานอาหาร แต่ร่างกายยังคงผลิตน้ำลายและมีคราบจุลินทรีย์สะสมตามธรรมชาติ หากไม่ทำความสะอาด แบคทีเรียเหล่านี้จะเกาะตัวเป็นคราบพลัคหนา และอาจถูกสำลักเข้าสู่ปอดจนเกิด ปอดอักเสบ (Pneumonia) ได้ครับ


💡 เคล็ดลับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ

การรักษาความสะอาดช่องปากเป็นด่านแรกของการมีสุขภาพดีครับ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ร่างกายอ่อนแอ การเช็ดฟันและเหงือกเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อได้มหาศาล

9
อาหารสายยาง สำหรับผู้ป่วยทั่วไปที่ต้องการเสริมเส้นใยอาหาร

สำหรับผู้ป่วยทั่วไปที่ได้รับอาหารทางสายยางและต้องการ "เสริมเส้นใยอาหาร" (High Fiber Diet) วัตถุประสงค์หลักคือเพื่อช่วยระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ ป้องกันอาการท้องผูก และช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ครับ

แนวทางการเลือกวัตถุดิบ 5 หมู่ เพื่อทำสูตรอาหารปั่นเสริมใยอาหารที่ปลอดภัยและไม่ทำให้อุดตันสายยาง

1. แหล่งใยอาหารจากคาร์โบไฮเดรต (Complex Carbs)

แทนที่จะใช้ข้าวขาวเพียงอย่างเดียว ให้ผสมธัญพืชที่มีกากใยสูงลงไปด้วย

วัตถุดิบแนะนำ: ข้าวกล้อง, ข้าวโอ๊ต หรือฟักทอง

เทคนิค: ควรต้มข้าวกล้องหรือข้าวโอ๊ตให้เปื่อยกว่าปกติ เพื่อให้เวลาปั่นจะได้เนื้อที่เนียนที่สุดครับ


2. ผักและผลไม้ที่เป็นมิตรต่อระบบขับถ่าย

เลือกกลุ่มที่มีกากใยชนิดละลายน้ำได้ดี เพราะจะช่วยให้การขับถ่ายลื่นไหล

ผัก: แครอทต้มสุก, ผักกาดขาว, หรือฟักทองสุก (ฟักทองมีใยอาหารนุ่มและปั่นง่ายมาก)

ผลไม้: มะละกอสุก หรือกล้วยน้ำว้า (ไม่สุกงอมเกินไป) ซึ่งมีเพกติน (Pectin) ช่วยปรับสมดุลลำไส้


3. โปรตีนและไขมันที่สมดุล

โปรตีน: เนื้ออกไก่หรือไข่ต้มสุก

ไขมัน: น้ำมันรำข้าวหรือน้ำมันมะกอก (ช่วยให้ทางเดินอาหารหล่อลื่น ลดอาการท้องผูกได้)


⚠️ กฎเหล็ก: การกรองคือกุญแจสำคัญ (The Filtration Rule)

เมื่อเราเพิ่มเส้นใยอาหาร ความเสี่ยงที่ "สายยางจะอุดตัน" ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ต้องกรองผ่านกระชอนตาถี่ 2 ชั้นเสมอ

หากปั่นแล้วเนื้ออาหารข้นเกินไป ให้เติมน้ำต้มสุกเพื่อปรับความหนืดให้พอเหมาะ (ประมาณความข้นเท่ากับนมข้นจืดหรือน้ำราดหน้า) เพื่อให้ไหลผ่านสายยางได้สะดวกครับ

📊 ตารางสรุปวัตถุดิบสูตรเสริมใยอาหาร

กลุ่มอาหาร   วัตถุดิบแนะนำ                  ข้อดี
แป้ง          ข้าวกล้อง / ข้าวโอ๊ต           มีใยอาหารสูง ช่วยกระตุ้นลำไส้
ผัก          ฟักทองสุก / แครอทต้ม   ใยอาหารละเอียด ไม่จับตัวเป็นก้อนเหนียว
ผลไม้          มะละกอสุก                   มีเอนไซม์ช่วยย่อยและช่วยระบาย
โปรตีน       ไข่ต้มสุก                   ย่อยง่าย ร่างกายนำไปใช้ได้เร็ว

💡 คำแนะนำเพิ่มเติม

การได้รับใยอาหารที่มากขึ้น "ต้องมาคู่กับการได้รับน้ำที่เพียงพอ" นะครับ หากเสริมกากใยแต่ผู้ป่วยได้รับน้ำน้อยเกินไป อาจจะทำให้ท้องผูกหนักกว่าเดิมได้ครับ ดังนั้นควรให้น้ำตามหลังจากมื้ออาหารตามปริมาณที่คุณหมอกำหนดอย่างเคร่งครัด

10
สตูว์ไก่ Chicken Stew อาหารพร้อมทาน หอมอร่อย เนื้อเต็มคำ

รายละเอียดสินค้า
อาหารพร้อมทาน สตูว์ไก่ หอมอร่อย เนื้อเต็มคำ
ซีกซองสามารถทานได้เลย ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ
ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโดยใช้ความร้อนสูง และบรรจุในถุงอลูมิเนียม
เพื่อรักษาคุณภาพและความสดอร่อย โดยสามารถเก็บที่อุณหภูมิห้อง
ไม่จําเป็นต้องแช่เย็นเก้บได้นานถึง 18 เดือน

ขนาด 180 กรัม น้ำหนักเนื้อ 130 กรัม

บรรจุภัณฑ์ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ( This packaging is not suitable for microwave use. )
อย 10-1-01554-5-0144
ฮาลาล

ช่องทางการสั่งซื้อ

เบอร์ : 02-398-5600 , 063-207-6926
Line : https://lin.ee/YWCEYud
page : https://www.facebook.com/BYSNFOOD
Shopee : https://shopee.co.th/snfoodds


11
📌 รายละเอียดคอร์ส “สูตรกะเพรา สไตล์ครูแมกซ์จับเงินแสน”
#สร้างรายได้จากครัวที่บ้าน
– อยากทำกะเพรารสชาติโดดเด่นไม่เหมือนใคร?
– คอร์สนี้ครูMAX จะสอนแบบจับมือทุกขั้นตอนแบบง่ายๆ
– ไม่ต้องทำอาหารเป็นก็เรียนได้!

📌 รายละเอียดคอร์ส “สูตรกะเพรา สไตล์ครูแมกซ์จับเงินแสน”
#สร้างรายได้จากครัวที่บ้าน
– อยากทำกะเพรารสชาติโดดเด่นไม่เหมือนใคร?
– คอร์สนี้ครูMAX จะสอนแบบจับมือทุกขั้นตอนแบบง่ายๆ
– ไม่ต้องทำอาหารเป็นก็เรียนได้!

✅ สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ในคอร์สนี้ (กว่า 20 คลิปสอน ถ่ายทอดทุกความรู้)
– เลือกวัตถุดิบง่ายๆ ที่ทำให้เมนูกะเพราที่ดูสิ้นคิด อร่อยและน่าจดจำ
– สูตรลับซอสผัดสไตล์ครูแมกซ์ ซอสที่คุณจะใช้ได้กับหลายเมนู ไม่ต้องกลัวซ้ำและดูน่าเบื่อ
– เทคนิคลับผัดกะเพราให้หอม แห้ง ไม่ฉ่ำมัน >> เปิดมาข้าวกล่องไม่แฉะ ลูกค้ากินแล้วติดใจอยากกลับมาซื้อซ้ำๆ
– เมนูไข่ 3 แบบ ที่มาเพิ่มมูลค่าให้จานกะเพราของคุณ ทำให้ลูกค้าอยากสั่งเพิ่ม
– เลือกแพคเกจจิ้งที่เพิ่มมูลค่าได้จริง >> ไม่ต้องกลัวว่าขายแพง และลูกค้าพร้อมจ่าย
– วิธีเริ่มทำการตลาดง่ายๆ ที่ใครก็ทำตามได้ >> เรียนแล้วทำเงินได้ทันที
– สอดแทรกการสร้างแบรนด์ให้เมนูกะเพราของคุณ >> เราจะช่วยให้คุณสร้างคาแรคเตอร์ที่โดดเด่นให้เมนูกะเพราของคุณ ไม่ใช่แค่เรื่องของความอร่อย แต่ยังสื่อถึงเอกลักษณ์ ความใส่ใจรายละเอียดลูกค้า การบริการลูกค้าจดจำได้ ทั้งรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และภาพลักษณ์ที่น่าประทับใจ

คอร์สออนไลน์ สูตรกะเพรา สร้างเงินแสน จากครัวที่บ้าน
‼️ พิเศษเฉพาะวันนี้เท่านั้น ราคาพิเศษเพียง 899 บาท (จากปกติ 3,990 บาท)
** บทเรียทั้งหมดมีทั้งสิ้นกว่า 20 คลิปสอน
คุ้มค่าราคามาก Krumax อยากสอนให้ทุกท่าน
** คอร์สนี้ไม่เพียงแค่สอนสูตรอาหารธรรมดาๆ แต่ยังช่วยให้คุณได้เริ่มต้นสร้างธุรกิจและแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ที่น่าจดจำด้วยตัวเองผ่านอาหาร

สนใจติดต่อสอบถามข้อมูล
ไลน์ ID  :  @krumax
Page FB : https://web.facebook.com/profile.php?id=61569480015186
เว็บไซด์ : https://krumax.net/krumaxcourse/
เบอร์โทร : 081-413-4479


12
การจัดฟันเด็ก มีกี่แบบ

การจัดฟันในเด็ก เป็นการรักษาทางทันตกรรมอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ช่วยแก้ไขปัญหารูปร่างฟันและลักษณะของฟันที่ขึ้นผิดปกติ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาที่มักจะพบได้บ่อยในเด็ก เนื่องจากเด็กๆหลายคนชื่นชอบการรับประทานของหวาน เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลเป็นจำนวนมาก จึงทำให้เกิดฟันผุ ถ้าหากเด็กดูแลรักษาความสะอาดหรือแปรงฟันไม่สะอาด ดังนั้น หากปล่อยไว้นานๆ และยังมีพฤติกรรมการรับประทานสิ่งเหล่านี้ ก็อาจจะส่งผลทำให้เกิดการสูญเสียฟันได้ในที่สุด เมื่อเกิดการสูญเสียฟันแล้ว แน่นอนว่า ต้องมีปัญหาฟันอื่นๆตามมาอีกแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการเกิดฟันห่าง เพราะมีช่องว่างระหว่างฟัน หรือฟันล้ม ซึ่งปัญหานี้ก็ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเด็กได้อีกด้วย เพราะอาจจะทำให้การรับประทานเป็นอุปสรรค เพราะเนื่องจากมีฟันที่ไม่สามารถบดเคี้ยวอาหารได้ตามปกติ หรือแม้กระทั่งการทำความสะอาดช่องปากและฟันที่อาจจะส่งผลทำให้ทำความสะอาดฟันได้ไม่ทั่วถึง

เพราะฉะนั้น เด็กที่มีปัญหาเหล่านี้ควรที่จะเข้ารับการจัดฟันในเด็ก ซึ่งจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาฟันได้ และทำให้เด็กกลับมามีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี ช่วยทำให้สามารถใช้ชีวิตประจำได้ด้วยความมั่นใจมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การจัดฟันในเด็กนั้น ก็มีด้วยกัน 2 แบบ นั่นก็คือ การจัดฟันในเด็กที่สวมใส่เครื่องมือจัดฟันแบบติดแน่น เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุ 12-15 ปี ที่มีฟันแท้ขึ้นครบแล้ว และอีกแบบหนึ่งเป็นการจัดฟันในเด็กด้วยเครื่องมือการจัดฟันที่เรียกว่า EF Line ซึ่งสามารถรักษาปัญหาฟันได้ในเด็กที่มีอายุ 4-15 ปี เลยทีเดียว สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของการจัดฟันในเด็ก ทั้ง 2 รูปแบบ ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร เพื่อเป็นแนวทางให้พ่อแม่ผู้ปกครองที่กำลังสนใจในเรื่องของการจัดฟันในเด็ก

สำหรับการจัดฟันในเด็กแบบแรกที่เราจะมาพูดถึงนั่นก็คือการจัดฟันในเด็ก EF Line ซึ่งเป็นการจัดฟันที่มีเครื่องมือการจัดฟันเป็นชิ้นยางที่มีหลากหลายสี ให้เด็กสามารถเลือกสีที่ชอบได้ โดยเหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุ 4-15 ปี เป็นนวัตกรรมรูปแบบใหม่  โดยอาศัยแรงที่ได้จากกล้ามเนื้อให้เกิดการปรับโครงสร้างกระดูกของใบหน้าให้มีการเรียงตัวของฟันที่สวยงามมากยิ่งขึ้น ซึ่งในการจัดฟัน EF LINE ทำให้เด็กๆสามารถสนุกและเพลิดเพลินไปกับการใช้เครื่องมือการจัดฟันได้และการจัดฟัน EF LINE สามารถแก้ไขปัญหาในเรื่องของการดูดนิ้วของเด็ก ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่มักเกิดขึ้นในเด็ก ที่ส่งผลทำให้เกิดฟันห่าง ฟันยื่นและฟันเรียงตัวไม่สวยงาม เหมาะสำหรับเด็กที่มีอาการนอนกรน นอนกัดฟันและมีอาการปวดขากรรไกร

ซึ่งการจัดฟัน EF LINE นั้นจะช่วยเรียงตัวของฟันให้สวยงาม แก้ไขปัญหาฟันห่าง ช่วยแก้ไขในเรื่องของการนอนกัดฟัน นอนกรนในเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมยังส่งผลทำให้เด็กมีพัฒนาการในการเจริญเติบโตได้ดีอีกด้วย สำหรับการสวมใส่เครื่องมือในช่วงเวลากลางคืนหรือขณะนอนหลับควรให้เด็ใส่เครื่องมือเป็นเวลา 10 ชั่วโมงและในเวลากลางวันให้ใส่ 2 ชั่วโมง ซึ่งในระหว่างการสวมใส่เครื่องมือจัดฟัน EF LINE ไม่ควรเคี้ยวเล่นหรือพูดคุยขณะใส่เครื่องมือ และควรดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับปากของเด็กด้วย สำหรับเครื่องมือการจัดฟัน EF LINE นั้นสามารถใช้แก้ปัญหากล้ามเนื้อที่มีการทำงานที่ผิดปกติ ช่วยปรับตำแหน่งของลิ้นรวมถึงการจัดฟันให้เรียงตัวอยู่ในตำแหน่งที่ควรจะเป็นได้

ต่อมาการจัดฟันในเด็ก แบบสวมใส่เครื่องมือแบบติดแน่น เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุ 12 -15 ปีที่มีฟันแท้ขึ้นครบแล้ว เหมาะสำหรับเด็กที่มีการสบฟันที่ผิดปกติ เช่นฟันซ้อนหรือฟันขึ้นผิดตำแหน่ง เด็กที่มีฟันสบลึกหรือฟันสบคร่อม เด็กที่มีปัญหาเหล่านี้เหมาะที่จะเข้ารับการจัดฟันในเด็ก ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาการเรียงตัวของฟันที่ไม่สวยงาม นอกเหนือจากเรื่องของความสวยงามแล้ว ยังทำให้เด็กยิ้มได้อย่างมั่นใจเพราะการจัดฟันในเด็กยังสามารถช่วยทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถทำความสะอาดฟันหรือแปรงฟันได้ง่ายขึ้น ช่วยรักษาความสะอาดของสุขภาพช่องปากและฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งแน่นอนว่าการจัดฟันในเด็กนั้นทำให้มีผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการจัดฟันตอนโตและยังมีผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้น้อยกว่าการจัดฟันแบบผู้ใหญ่ด้วย หากพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใด อยากให้บุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็ก ก็สาสมารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ทีคลินิกเพราะทางเราอยากให้เด็กทุกคนมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี ได้รับการรักษาที่มีความปลอดภัย โดยทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า เด็กจะมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีขึ้น มีรอยยิ้มที่น่ารักสมวัยมากยิ่งขึ้น

13
ความผิดปกติของฟันในเด็กแบบไหนที่ควรจัดฟันเด็ก

 สุขภาพช่องปากและฟันสำหรับเด็ก เป็นสุขอนามัยเบื้องต้นที่เด็กจะต้องฝึกดูแลรักษาความสะอาด ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองจะต้องคอยแนะนำและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลรักษาความสะอาดของเด็กให้เด็กได้เข้าใจและแปรงฟันอย่างถูกต้อง เพื่อที่จะได้มีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีตั้งแต่อายุยังน้อย การที่เด็กมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และช่วยในเรื่องของพัฒนาการของเด็กด้วย เพราะถ้าเด็กมีสุขภาพฟันที่ดี

เด็กก็จะมีสุขอนามัยที่ดี สามารถใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น เช่นการบดเคี้ยวอาหาร ก็จะส่งผลทำให้เด็กได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและเต็มที่ ทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีด้วย อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ผู้ปกครอง ควรที่จะพาเด็กไปพบทันตแพทย์ ก่อนที่ฟันน้ำนมจะขึ้นครบทั้งยี่สิบซี่ หรือเด็กมีอายุระหว่าง 2-3ขวบ เมื่อไปพบทันตแพทย์ครั้งแรกนั้น ทันตแพทย์จะพุดคุยกับเด็กก่อน เพื่อสร้างความสนิทสนม และสร้างทัศนคติที่ดีในเรื่องของการดูแลรักษาความสะอาดช่องปากและฟันให้เด็ก จากนั้นก็จะแนะนำเครื่องมือในการทำฟันต่างๆ

เพื่อให้เด็กเกิดความคุ้นเคยและไม่กลัว จากนั้นจึงจะตรวจฟันเด็ก และให้คำแนะนำกับผู้ปกครองเกี่ยวกับวิธีรักษาความสะอาดฟันของเด็ก เพื่อที่จะได้ให้เด็กฝึกการแปรงฟันอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันฟันผุ เพราะถ้าหากเด็กเกิดฟันผุ ก็จะส่งผลเสียไปถึงอนาคตได้ ที่สำคัญที่สุดพ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะสังเกตฟันของเด็ก ถ้าหากเด็กมีปัญหาก็ควรที่จะพาเด็กเข้ารับการรักษาหรือเข้ารับการจัดฟันเพื่อแก้ไขปัญหา แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าปัญหาฟันของเด็กแบบไหนที่เหมาะที่จะเข้ารับการจัดฟันในเด็ก วันนี้ทางคลินิกเราจะมาพูดถึงปัญหาฟันในเด็กที่เหมาะสมที่จะเข้ารับการจัดฟัน เพื่อที่จะได้เป็นแนวทางในการพาเด็กเข้ารับการจัดฟัน เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง

 การเกิดฟันผุในเด็กนั้น หรือปัญหาที่มีความรุนแรงถึงขั้นสูญเสียฟัน ต้องบอกว่า หลายปัญหาอาจลดความรุนแรงได้ หากได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เช่น อาการฟันสบคร่อม ที่ฟันล่างสบคร่อมทับฟันบน ในเด็กหากทิ้งไว้ไม่รักษา ขากรรไกรอาจมีขนาดผิดปกติ ทำให้ใบหน้าเว้า หน้าเบี้ยว และอาจทำให้เกิดความผิดปกติ ที่ข้อต่อขากรรไกรได้ รวมไปถึงถ้าหากเด็กมีภาวะฟันแท้หาย หรือขึ้นไม่ครบ ควรพามาพบทันตแพทย์จัดฟัน เพราะอาจช่วยดึงฟันที่ฝังให้งอกขึ้นมาได้

เด็กจะได้ไม่ต้องเป็นคนฟันหลอ หรือไม่ต้องใส่ฟันปลอม ไม่ต้องใส่รากฟันเทียม ซึ่งการจัดฟันในเด็กนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถพาเด็กเข้ามารักษาด้วยการจัดฟันในเด็กได้ตั้งแต่อายุ 4-15 ปี ถ้าหากพบปัญหาการสบฟันที่ผิดปกติ เด็กวัยนี้ก็สามารถจัดฟันได้แล้ว สำหรับในแง่ของปัญหาฟันในเด็กที่เหมาะสมที่ควรเข้ารับการจัดฟันก็มีสัญญาณบ่งบอกที่บอกว่าควรเข้ารับการจัดฟัน เพราะในวัยเด็ก เป็นวัยที่เหมาะสมเข้ารับการจัดฟันเพื่อแก้ไขปัญหาความผิดปกติ คือ ปัญหาฟันหน้ายื่น ปัญหาการที่ฟันสบกันผิดปกติ ฟันซ้อน ฟันขึ้นผิดตำแหน่ง ฟันน้ำนมหลุดเร็วเกินไป หรือหลุดช้าเกินไป หรือต้องเสียฟันน้ำนมแบบไม่ปกติ

ฟันหรือลักษณะขากรรไกร ดูผิดสัดส่วน เด็กยังติดการดูดนิ้วจนอายุเกิน 5 ปี มีอาการกัดหรือบดเคี้ยวอาหารลำบาก เด็กชอบหายใจทางปาก นี่คือสัญญาณที่บ่งบอกถึงความผิดปกติที่ควรที่จะเข้ารับการจัดฟันเพื่อแก้ไขปัญหา หากปล่อยทิ้งไว้อาจจะทำให้ปัญหาที่มีอยู่เกิดความรุนแรงขึ้นได้ และอาจจะส่งผลต่อฟันบริเวณใกล้เคียงด้วย ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการตรวจฟันเป็นประจำและถ้าหากมีสัญญาณบ่งบอกถึงความผิดปกติก็ควรพาเด็กเข้าพบทันตแพทย์จัดฟันทันที เพื่อเข้ารับการแก้ไข

อย่างไรก็ตาม หากพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใด สนใจพาบุตหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็กและเข้าปรึกษากับทันตแพทย์จัดฟันในเด็ก ก็สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิก เพราะทางเรามีทีมทันตแทพย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านทันตกรรมในเด็ก รวมไปถึงมีประสบการณ์ยาวนานด้านการจัดฟัน จึงสามารถให้คำปรึกษาได้อย่างถูกต้อง และแนะนำวิธีการดูแลรักษาความสะอาดของช่องปากและฟันให้มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กเกิดฟันผุตั้งแต่อายุยังน้อย ลดปัญหาการเกิดความผิดปกติของช่องปากและฟัน เพื่อให้เด็กได้สามารถใช้ชีวิตประจำวันหรือทำกิจกรรมต่างๆได้อย่างเต็มที่

14
ซอสโบโลเนสไก่ Chicken Bolognese อาหารสำเร็จรูปพร้อมทาน

รายละเอียดสินค้า
อาหารพร้อมทาน ซอสโบโลเนสไก่ หอมอร่อย เนื้อเต็มๆ
ซีกซองสามารถทานได้เลย ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ
ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโดยใช้ความร้อนสูง และบรรจุในถุงอลูมิเนียม
เพื่อรักษาคุณภาพและความสดอร่อย โดยสามารถเก็บที่อุณหภูมิห้อง
ไม่จําเป็นต้องแช่เย็นเก้บได้นานถึง 18 เดือน

ขนาด 180 กรัม น้ำหนักเนื้อ 125 กรัม
อย 10-1-01554-5-0144
ฮาลาล
 
ช่องทางการสั่งซื้อ
 
เบอร์ : 02-398-5600 , 063-207-6926
Line : https://lin.ee/YWCEYud
page : https://www.facebook.com/BYSNFOOD
Shopee : https://shopee.co.th/snfoodds


15
📌 รายละเอียดคอร์ส “ข้าวผัดสไตล์ครูแมกซ์ - สูตรสร้างเงินแสน”
เปลี่ยนข้าวผัดธรรมดา ให้กลายเป็นธุรกิจทำเงินเริ่มง่ายๆจากครัวที่บ้านคุณ!
คุณเคยเจอปัญหาเหล่านี้หรือไม่?
– ข้าวติดกระทะทุกครั้งที่ผัด
– ข้าวเป็นก้อน แฉะ ไม่ร่วนสวย
– เจอน้ำมันนองกล่อง เยิ้มๆ กินไปกลัวไป เลี่ยนไป
– รสชาติไม่สม่ำเสมอ ไม่เคยเหมือนเดิมสักครั้ง

มาเรียนรู้เคล็ดลับง่ายๆที่ครูแมกซ์ใช้ผัดขายจริงมาแล้วทั้งหมด
✅ เทคนิคการผัดข้าวให้ร่วนสวย โดยไม่ต้องแช่เย็นข้ามคืน
✅ สูตรลับทำข้าวผัดไร้น้ำมันนอง สวยน่ากิน
✅ วิธีปรุงรสให้เหมือนกันทุกจาน ด้วยเครื่องปรุงน้อยชิ้น
✅ ไอเดียต่อยอดสร้างเมนูซิกเนเจอร์ แม้ไม่เก่งเรื่องทำอาหารก็ทำได้
คอร์สนี้คือทางลัดสู่ธุรกิจข้าวผัดที่ทำเงินแสนให้คุณเพียง!
สมัครวันนี้ เริ่มขายพรุ่งนี้ เปลี่ยนทักษะง่ายๆ เป็นรายได้ก้อนโตแบบไม่ต้องง้อใคร!

สนใจติดต่อสอบถามข้อมูล
ไลน์ ID  :  @krumax
Page FB : https://web.facebook.com/profile.php?id=61569480015186
เว็บไซด์ : https://krumax.net/krumaxcourse/
เบอร์โทร : 081-413-4479


หน้า: [1] 2 3 ... 21